พระราชวังอาลัมบรา

posted on 16 Nov 2009 23:11 by leafless

 

 

    อาลัมบรา (สเปน: Alhambra; อาหรับ: قصر الحمراء) คือพระราชวังและป้อมปราการตั้งอยู่ที่เมืองกรานาดาในแคว้นอันดาลูเซีย ทางภาคใต้ของประเทศสเปน สร้างขึ้นระหว่างปี ค.ศ. 1248-1354 โดยกษัตริย์มุสลิมชาวมัวร์ พระเจ้าโมฮัมเหม็ดที่ 1 อิบน์ นัสร์แห่งราชวงศ์นาสริด ซึ่งเป็นราชวงศ์ของชาวมุสลิมราชวงศ์สุด ท้ายในสเปน  พระราชวังอาลัมบราได้สร้างขึ้นหลังจากคริสเตียนได้ยึด คอร์โดบาและตีสเปนกลับคืน พวกอาหรับถอยไปยึดเมืองกรานาดาเป็นเมืองหลวงและสร้าง ปราสาทราชวังแบบอาหรับที่คิดว่าควรจะสร้างขึ้น ภายในเวลาไม่ถึงร้อยปีก็หมดอำนาจพ่ายแพ้ แก่กองทัพของพระเจ้าเฟอร์ดินันด์ และพระราชินีอิซาเบลลา ผู้โด่งดังของสเปน การรบขั้นแตกหัก กระทำในปี ค.ศ. 14921 อาหรับพ่ายแพ้เด็ดขาด

    คำว่า "อาลัมบรา" มาจากคำในภาษาอาหรับว่า "อัลคัมรอ" (الحمراء; Al-Ħamrā) แปลว่า "(สิ่งที่มี) สีแดง" เนื่องจากตัวป้อมปราการนั้นก่อสร้างด้วยหิน ดิน และอิฐสีแดง ส่วนอาคารอื่น ๆ ซึ่งสร้างด้วยใช้ปูนขาวเป็นส่วนประกอบก็จะเห็นเป็นสีออกแดง ๆ เช่นกัน

 

 

              แม้อาลัมบราจะมีที่ตั้งอยู่บนเนินเขาสูง แต่ก็มีระบบการจัดการเกี่ยวกับน้ำที่ดี มีการทำคูคลองส่งน้ำจากด้านล่างขึ้นมายังพระราชวังเพื่อใช้ในการอุปโภคบริโภค ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นถึงภูมิปัญญาด้านการชลประทานของชาวมัวร์ได้เป็นอย่างดี

             ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 18 ถึงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 19 อาลัมบราถูกทอดทิ้งจนค่อย ๆ กลายสภาพเป็นที่พักของบรรดาคนจรจัดที่มาอาศัยอยู่กันอย่างระเกะระกะ และทรุดโทรมลงไปเรื่อย ๆ พระราชวังบางส่วนถูกทำลายเนื่องจากความไม่รู้ถึงคุณค่าของพระราชวังแห่งนี้ โดยพระราชโองการ ของจักรพรรดิชาร์ลส์ที่ 5 เพื่อเอาศิลปะแบบอิตาลีเข้าไปเสริมแทรกไว้ก็ตาม แต่ส่วนที่เหลือส่วนใหญ่ ยังสร้างความตื่นตาตื่นใจแก่ชาวโลกอย่างมาก อย่างไรก็ดี หลังจากที่อาลัมบราได้กลายเป็นฉากหนึ่งในนวนิยายเรื่อง Tales of the Alhambra รัฐบาลสเปนก็ได้ให้ความสนใจในการบูรณปฏิสังขรณ์พระราชวังแห่งนี้ให้กลับมามีสภาพที่ดีอีกครั้ง และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกร่วมกับสถานที่ในบริเวณเดียวกันอีกสองแห่งในนามว่า "อาลัมบรา, เคเนราลีเฟ และอัลไบย์ซินแห่งกรานาดา"

 

            เขตพระราชวังประกอบขึ้นด้วยส่วนที่เป็นป้อมปราการ มีกำแพงและหอรบสร้างด้วยหินสีแดง ทำให้ได้ชื่อในภาษาอาหรับว่า "กาลัตอัลฮามบรา" ซึ่งแปลว่า ป้อมแดง ภายในกำแพงเป็นเชิงเทิน และตัว พระราชวังอัลคาซาร์ ซึ่งประกอบด้วยหน้าพระลาน ท้องพระโรง

           เมื่อผ่านประตูแห่งความยุติธรรมจะถึงลานมาลี และลานสิงห์อันมีชื่อเสียง บริเวณรอบ ๆ เป็นสนามกว้างใหญ่มีหินอ่อนแกะสลัก ระดับไว้อย่างสวยงาม ถึง 124 แผ่น มีน้ำพุตรงกลางที่ฐานน้ำพุ มีสิงโตหินอ่อนหมอบอยู่ 12 ตัว 
 
            แต่ละด้านของพระราชวังประดับประดา ไว้อย่างวิจิตรพิสดาร มีห้องมุข ห้องชุด สนามหญ้า พระแกล พระทวาร ผนังกำแพง ภายในได้มีการแกะสลักลวดลายไว้ด้วยความปราณีตงดงาม



          ภายในพระอุทยานมีดอกไม้หอมกลิ่นต่าง ๆ ส่งกลิ่นหอมตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวลากลางคืนถึงกับมีนักแต่งเพลงคนสำคัญที่เคยเยี่ยมเยียนได้แต่งเพลง "ราตรีที่กรานาดา" ไว้เป็นทีระลึก และเป็นที่รู้จักกันทั่วโลก

 

edit @ 7 Apr 2012 17:37:25 by leafless

edit @ 7 Apr 2012 17:39:05 by leafless

Comment

Comment:

Tweet

ตรวจแล้วค่ะsad smile

#2 By ครูกุลวัชร์ (118.173.184.255) on 2010-02-19 21:05